อานิสงส์บุญ

ผลบุญนี้ ท่านได้ แต่ใดมา...

พราหมณ์ทดสอบความโกรธ


คุณธรรมด้านขันติและความไม่โกรธของพระสารีบุตรแพร่หลายออกไป

ผู้คนเป็นอันมากกล่าวสรรเสริญพระเถระไปทั่วว่า…

“น่าชื่นชมพระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา ท่านประกอบด้วยกำลังคือขันติ แม้ถูกชนเหล่าอื่นด่าอยู่ก็ตาม ทำร้ายอยู่ก็ตาม เหตุสักว่าความโกรธนิดนึงก็ไม่เกิด”

ครั้งนั้น มีพราหมณ์มิจฉาทิฏฐิคนหนึ่งได้ฟังแล้วถามว่า…

“ใครกันไม่โกรธ”

ประชาชนตอบว่า…

“ก็พระสารีบุตรเถระของพวกเราไง”

พราหมณ์กล่าวว่า…

“น่ากลัวว่าคงไม่มีคนยั่วให้โกรธกระมัง?”

ประชาชนกล่าวว่า…

“เรื่องนั้น หามีไม่”

พราหมณ์กล่าวว่า…

“ถ้าเช่นนั้น เราจะยั่วให้ท่านโกรธ”

ประชาชนกล่าวว่า…

“ถ้าท่านมีความสามารถ ท่านก็จงยั่วให้ท่านโกรธเถิด”

พราหมณ์กล่าวว่า…

“เอาละ เราจะรู้กิจที่ควรทำเอง”

ต่อมา พราหมณ์เห็นพระสารีบุตรเดินบิณฑบาตอยู่ จึงเดินไปด้านหลัง แล้วใช้ฝ่ามือตีกลางหลังอย่างแรง พระเถระมิได้มีอาการใดๆ ยังคงเดินต่อไป พราหมณ์ได้เกิดความเร่าร้อนขึ้นทั่วร่างกาย คิดว่า “พระผู้เป็นเจ้าสมบูรณ์ด้วยคุณจริง” แล้วรีบเดินไปหมอบลงแทบเท้าของพระเถระ

พราหมณ์กราบเรียนว่า…

“ขอท่านจงยกโทษแก่กระผมเถิด ขอรับ”

พระเถระถามว่า…

“นี่เรื่องอะไรกัน?”

พราหมณ์เรียนว่า…

“เมื่อสักครู่นี้ กระผมตีท่านที่กลางหลัง เพื่อจะทดลองดูว่าท่านจะโกรธหรือไม่”

พระสารีบุตรกล่าวว่า…

“ช่างเถิด เรายกโทษให้ท่าน”

พราหมณ์เรียนว่า…

“ท่านผู้เจริญ ถ้าท่านอดโทษให้กระผมจริง ก็ขอให้ท่านจงนั่งรับอาหารในเรือนของกระผมเถิด”

แล้วพราหมณ์ก็รับบาตรของพระเถระ นำท่านไปยังเรือนของตน แล้วถวายอาหาร ส่วนพวกประชาชนได้ทราบว่า พราหมณ์ตีพระสารีบุตร ก็เกิดความโกรธแค้น ถือท่อนไม้และก้อนหินเป็นต้น ไปยืนรอที่ประตูเรือนของพราหมณ์ เมื่อพระสารีบุตรฉันท์เสร็จแล้ว ทรงลุกขึ้น ส่งบาตรให้พราหมณ์ถือไว้ แล้วเดินออกนอกเรือน

พวกชาวบ้านเห็นพราหมณ์เดินมากับพระเถระ ก็เรียนว่า…

“ท่านขอรับ ขอท่านจงรับบาตรของท่านแล้วให้พราหมณ์กลับไปเถิด”

พระเถระถามว่า…

“มันเรื่องอะไรกันเล่าอุบาสก?”

ประชาชนเรียนว่า…

“พราหมณ์ตีท่าน พวกกระผมจะรู้กิจที่ควรทำกับเขา”

พระเถระถามว่า…

“พวกท่านถูกพราหมณ์ตีหรือว่าเราถูกตี?”

ประชาชนเรียนว่า…

“ท่านถูกตี ขอรับ”

พระเถระกล่าวว่า…

“พราหมณ์นั่นตีเรา แต่เขาได้ขอขมาแล้ว พวกท่านจงไปกันเถิด”

ต่อมา พวกภิกษุกล่าวกันว่า…

“พระสารีบุตรเถระถูกพราหมณ์ตีแล้ว ยังไปนั่งรับอาหารในเรือนของเขาอีก ต่อไปพราหมณ์นั้นจะไม่ละอาย จะเที่ยวตีภิกษุทั้งหลายอีก”

พระพุทธเจ้าเสด็จมา ทรงสอบถาม ทรงทราบแล้วตรัสว่า…

“ภิกษุทั้งหลาย พราหมณ์ที่ชื่อว่าตีพราหมณ์ ย่อมไม่มี แต่พราหมณ์ผู้เป็นสมณะ อาจถูกพราหมณ์คฤหัสถ์ตีได้ ขึ้นชื่อว่าความโกรธนั่น ย่อมถึงความถอนขึ้นได้ด้วยอนาคามิมรรค”

จาก : หนังสือ ๘๐ พระอรหันต์ ฉบับสมบูรณ์ หน้า 141 จัดพิมพ์โดยธรรมสภา