อานิสงส์บุญ

ผลบุญนี้ ท่านได้ แต่ใดมา...

กุศลกรรมในอดีต กระตุ้นเตือน ปรึกษากันออกบวช


วันหนึ่ง เมื่อทั้งสองคนดูมหรสพอยู่ แต่มิได้มีความร่าเริงสนุกสนานอย่างเคย เพราะญาณปัญญาเริ่มแก่กล้า ทำให้มีสติมีปัญญาพิจารณาหาสาระในมหรสพและชีวิต

ทั้งสองคิดว่า…“ไม่เห็นจะมีอะไรควรดูควรได้จากมหรสพนี้ คนที่แสดงเหล่านี้ทั้งหมดมีชีวิตไม่ถึง 100 ปี ก็จะล้มหายตายจากกันไป เราทั้งหลายควรจะแสวงหาโมกขธรรมสักอย่างหนึ่ง” แล้วนั่งนึกพิจารณากันต่อไป

ลำดับนั้น โกลิตะถามอุปติสสะว่า…

“สหายอุปติสสะ ท่านไม่สนุกร่าเริงเหมือนวันก่อนๆเลย เพื่อนใจลอย กำลังคิดอะไรอยู่หรือ?”

อุปติสสะตอบว่า…

“สหายโกลิตะ เรากำลังคิดอยู่ว่า การดูคนเหล่านี้แสดง ไม่มีแก่นสารเลย ไม่มีประโยชน์ เราควรจะแสดงหาธรรมเครื่องหลุดพ้นสำหรับตน ท่านเองก็ใจลอยเหมือนกันนี่?”

อุปติสสะรู้ว่าโกติละมีอัธยาศัยใจคออย่างเดียวกับตน

อุปติสสะจึงเสนอว่า…

“สิ่งที่เราสองคนคิดเป็นการคิดที่ดี เราจะแสวงหาโมขธรรม เราควรจะบรรพชาสักอย่างหนึ่ง แต่ว่าพวกเราจะบวชในสำนักของใครดีล่ะ?”

ทั้งสองคนร่วมกันพิจารณาหาสำนักที่ควรแก่ตน ตกลงใจว่าจะบวชในสำนักของสัญชัยปริพาชก ท่านว่าสมัยนั้น สัญชัยเป็นเจ้าลัทธิปริพาชก อาศัยอยู่ในกรุงราชคฤห์ มีลูกศิษย์ปริพาชกหมู่ใหญ่ สัญชัยปริพาชกนี้เป็นคนเดียวกับสัญชัยเวลัฏฐบุตร (สัญชัยผู้เป็นบุตรของเวลัฏฐะ) เป็นหนึ่งในศาสดาหรือครูหกคน ผู้นำความเชื่อของชาวมคธ ศาสดาสัญชัยเป็นเจ้าของลักธิอมราวิกเขปิกทิฏฐิ คือ มีความเห็นดิ้นได้ไม่ตายตัว เช่น เมื่อถามว่า โลกอื่นมีอยู่หรือ? ตอบว่า ถ้าเห็นว่ามีก็มี จะว่าไม่มีก็ไม่มี จะว่ามีก็มิใช่ จะว่าไม่มีก็มิใช่ ดังนี้เป็นต้น

เมื่ออุปติสสะและโกลิตะมาณพ พร้อมกับมาณพบริวาร พากันบวชแล้ว สัญชัยปริพาชกผู้เป็นอาจารย์ก็ได้ลาภ ความนับถือ และเสียงสรรเสริญมากมาย เพราะพวกเขามาจากตระกูลใหญ่มั่งคั่งมีชื่อเสียงดี ผู้เป็นอาจารย์จึงถึงความยิ่งใหญ่ด้วยหมู่ศิษย์ชั้นเลิศ

อุปติสสะและโกลิตะ ร่ำเรียนคำสอนของสัญชัยปริพาชกได้รวดเร็ว เรียนจบภายใน 2-3 วันเท่านั้น

พวกเขาถามอาจารย์ว่า…

“ลัทธิที่เป็นความรู้ของท่านมีเพียงเท่านี้ หรือว่ายังมีความรู้อื่นนอกจากที่พวกเขาเรียนรู้แล้ว?”

สัญชัยปริพาชกตอบว่า…

“มีเพียงเท่านี้แหละ พวกเธอรู้หมดแล้ว”

มาณพเหล่านั้นฟังคำของอาจารย์แล้ว คิดกันว่า…“เมื่อเป็นอย่างนี้ การอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของอาจารย์สัญชัย ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะพวกเราออกบวชก็เพื่อแสวงหาความหลุดพ้น (โมกขธรรม) พวกเราจะไม่ได้ในสำนักนี้ ก็ชมพูทวีปใหญ่โตนัก พวกเราควรจะเที่ยวไปยังหมู่บ้านเมืองและเมืองหลวง ก็อาจจะได้พบอาจารย์สักท่านหนึ่ง ผู้พบทางหลุดพ้นแล้ว”

นับแต่วันนั้น เมื่อได้ยินว่าที่ใดๆ มีสมณพราหมณ์ที่คนยกย่องว่าเป็นบัณฑิตอยู่ ทั้งสองก็จะพากันไปยังที่นั้นๆ แล้วไต่ถามสนทนาปัญหา ก็ยังไม่พบบัณทิตผู้แสดงทางหลุดพ้นให้แก่พวกเขาได้ กลับกัน มีแต่พวกเขาเองตอบปัญหาของคนเหล่านั้น มาณพทั้งสองเที่ยวสอบถามไปทั่วชมพูทวีิปอย่างนี้ แล้วก็กลับมายังที่อยู่ของตน

อุปติสสะและโกลิตะ จึงสัญญากันว่า…

“หากผู้ใดในระหว่างเราสองคน ใครได้บรรลุอมตธรรมก่อน ผู้นั้นก็จงบอกแก่อีกคน”

เครดิตบทความต้นฉบับ : หนังสือ ๘๐ พระอรหันต์ ฉบับสมบูรณ์ หน้า 125 จัดพิมพ์โดยธรรมสภา