อานิสงส์บุญ

ผลบุญนี้ ท่านได้ แต่ใดมา...

ทูลเหตุผลที่ยืนยันว่าจะไม่ลาสิกขา


ครั้งหนึ่ง พระกฬารขันติยะ (พระขัตติยะผู้มีฟันสีดำแดง) เข้าไปหาพระสารีบุตรถึงที่อยู่ในพระเชตวัน สนทนาปราศรัยกันแล้ว

พระกฬารขัตติยะได้เล่าให้พระสารีบุตรฟังว่า…

“บัดนี้ พระโมลิยผัดคุนะลาสิกขาไปแล้ว”

พระสารีบุตรกล่าวว่า…

“ท่านโมลิยผัดคุนะนั้น คงไม่ได้ความพอใจในพระธรรมวินัยนี้เป็นแน่”

พระกฬารขัตติยะกล่าวว่า…

“ถ้าอย่างนั้น ท่านพระสารีบุตรคงได้ความพอใจในพระธรรมวินัยนี้กระมัง”

พระสารีบุตรตอบว่า…

“ท่านผู้มีอายุ ผมไม่มีความสงสัยเลย”

พระกฬารขัตติยะถามว่า…

“ต่อไปเล่า ท่านจะไม่มีความสงสัยหรือ?”

พระสารีบุตรตอบว่า…

“ท่านผู้มีอายุ ถึงต่อไป ผมก็ไม่มีความสงสัย”

ลำดับนั้น พระกฬารขัตติยะลุกจากที่นั่งไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า

พระกฬารขัตติยะถวายบังคมแล้วกราบทูลว่า…

“พระพุทธเจ้าข้า ท่านพระสารีบุตรอวดอ้างพระอรหัตตผล กล่าวรู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มี”

พระพุทธเจ้าตรัสสั่งให้ภิกษุรูปหนึ่งไปเรียกพระสารีบุตรมาเข้าเฝ้า พระสารีบุตรเข้าเฝ้าถวายบังคมแล้วนั่ง

พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า…

“เธอกล่าวอวดอ้างจริงหรือ?”

พระเถระกราบทูลว่า…

“ข้าพระองค์หาได้กล่าวเนื้อความตามบทตามพยัญชนะเช่นนี้ไม่”

พระสารีบุตรหมายถึง ไม่ได้พูดตรงตามที่พระกฬารขัตติยะกราบทูล พูดตอบคำถามเพียงไม่มีความสงสัย พระพุทธเจ้าตรัสว่าแม้ไม่ได้อวดอ้าง แต่คนที่ฟังอาจเข้าใจว่าอวดอ้างได้ พระสารีบุตรก็ยังทูลคำเดิมว่าตนไม่ได้กล่าวเนื้อความตามบทหรือตามพยัญชนะอย่างนั้น

พระพุทธองค์ทรงตรัสถามว่า…

“ถ้ามีผู้ถามเธอว่า ท่านรู้เห็นอย่างไร จึงอวดอ้างอรหัตตผลว่า เรารู้ชัดชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว เธอจะตอบอย่างไร?”

พระสารีบุตรทูลตอบว่า…

“ถ้าเขาถามข้าพระองค์เช่นนั้น ข้าพระองค์จะพึงตอบอย่างนี้ว่า ข้าพเจ้ารู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่มี เพราะได้รู้ว่าเมื่อเหตุปัจจัยแห่งชาติสิ้นแล้ว ปัจจัยอันเป็นต้นเหตุสิ้นไป ชาติจึงสิ้นไป”

พระพุทธองค์ตรัสถามต่อไปว่า…

“ถ้าเขาถามว่า ท่านสารีบุตร ก็ชาติมีอะไรเป็นเหตุ มีอะไรเป็นสมุทัย มีอะไรเป็นกำเนิด มีอะไรเป็นแดนเกิด เมื่อถูกถามเช่นนี้ เธอจะตอบอย่างไร?”

พระสารีบุตรทูลตอบว่า…

“ข้าพระองค์พึงตอบว่า ชาติมีภพเป็นเหตุ มีภพเป็นสมุทัย มีภพเป็นกำเนิด มีภพเป็นแดนเกิด”

จากนั้น ตรัสถามไล่เรียงไปที่เหตุปัจจัยแห่งภพ อุปาทาน ตัณหา เวทนา และตรัสถามว่า…

“ถ้ามีผู้ถามว่า ความหลุดพ้นเช่นไร จึงจะอวดอ้างมรรคผลได้?”

พระสารีบุตรทูลตอบว่า…

“อาสวะทั้งหลาย ไม่สามารถครอบงำผู้มีสติอยู่อย่างใด ข้าพเจ้าก็เป็นผู้มีสติอยู่อย่างนั้น เพราะความหลุดพ้นในภายใน เพราะอุปาทานทั้งปวงสิ้นไป ทั้งข้าพเจ้าก็มิได้ดูหมิ่นตนเองด้วย”

พระพุทธเจ้าตรัสชื่นชมแล้ว เสด็จลุกจากที่ประทับนั่ง เข้าไปในพระวิหาร

จาก : หนังสือ ๘๐ พระอรหันต์ ฉบับสมบูรณ์ หน้า 142 จัดพิมพ์โดยธรรมสภา