อานิสงส์บุญ

ผลบุญนี้ ท่านได้ แต่ใดมา...

ถูกมารดาด่าว่า ทำให้ตระกูลไม่มีผู้สืบทอด


สมัยหนึ่ง พระสารีบุตรพาภิกษุประมาณ 500 รูป เที่ยวบิณฑบาตไปถึงบ้านมารดาในนาลกคาม (บางที่เรียกว่า นาลันทา) ครั้นนั้น มารดาของท่านนิมนต์เข้านั่งในบ้านแล้ว ถวายอาหารไปพลาง พูดประชดประชันไปพลาง

มารดาของท่านกล่าวว่า…

“ผู้เจริญ ท่านไม่ได้ของเคี้ยวหรือน้ำข้าวในเรือนของคนอื่น ท่านก็สมควรจะกินน้ำข้าวที่ติดอยู่เพียงหลังกระบวยเถอะ ท่านทิ้งทรัพย์ 80 โกฏิ ออกบวช ทำให้เราฉิบหาย เชิญท่านบริโภคเถิด”

มารดาของท่านกล่าวเช่นนี้ เพราะท่านออกบวชยังไม่พอ ยังนำน้องๆออกบวชด้วย ทำให้ไม่มีคนดูแลทรัพย์และสืบทอดตระกูล จากนั้นมารดาท่านก็ถวายอาหารใส่บาตรแก่ภิกษุทั้งหลาย

พลางกล่าวประชดว่า…

“ลูกของเราถูกท่านทั้งหลาย ทำให้เป็นคนรับใช้ของพวกท่านแล้ว เชิญพวกท่านจงบริโภคเถิด”

พระสารีบุตรและภิกษุทั้งหลาย รับภิกษาแล้ว ตรงกลับไปพระวิหารเวฬุวัน พระราหุลก็เป็นหนึ่งในภิกษุทั้งหลายในจำนวนนั้นด้วย ท่านได้แบ่งอาหารถวายพระพุทธเจ้าด้วย

พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า…

“ราหุล พวกเธอไปที่ไหนมา?”

พระราหุลทูลว่า…

“พวกข้าพระองค์ ไปยังบ้านย่า พระพุทธเจ้าข้า”

เนื่องจากพระราหุลมีพระสารีบุตรเป็นพระอุปัชฌาย์ จึงนับถือพระสารีบุตรเป็นพ่อ มารดาพระสารีบุตรจึงเหมือนย่า

พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า…

“อุปัชฌาย์ของเธอ ถูกย่าต่อว่าอะไรบ้าง?”

พระราหุลทูลว่า…

“ถูกย่าด่าแล้ว”

พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า…

“ถูกต่อว่าอย่างไรบ้าง?”

พระราหุลจึงเล่าเรื่องนั้นให้ทรงทราบ

พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า…

“อุปัชฌาย์ของเธอล่ะ พูดอะไรบ้าง”

พระราหุลทูลว่า…

“ท่านไม่ได้พูดอะไรๆเลย พระเจ้าข้า”

ต่อมา ภิกษุทั้งหลายสนทนากันว่า พระสารีบุตรเถระ มีความประพฤติน่าอัศจรรย์ แม้จะถูกมารดาด่าว่าตั้งหลายอย่าง แต่ท่านไม่มีสักว่าความโกรธเลย

พระพุทธเจ้าทรงทราบแล้วตรัสพระคาถาว่า…

“เราเรียกผู้ไม่โกรธ มีวัตร (คือธุดงด์) มีศีล ไม่มีตัณหาเครื่องฟูใจ ผู้ฝึก (อินทรีย์ 6) แล้ว มีสรีระสุดท้ายนั้นว่า เป็นพราหมณ์”

หมายความว่า ผู้ใดไม่มีความโกรธ เป็นผู้รักสันโดษ มีศีล ไม่มีตัณหาในใจ สำรวมตา, หู, จมูก, ลิ้น, กาย และใจ ชาติสุดท้ายของผู้นั้นจะได้เกิดในตระกูลพราหมณ์ แล้วบรรลุอมตธรรม ได้ชื่อว่าหลุดพ้นจากวัฏสงสารแล้วในชาตินั้น

เครดิตบทความต้นฉบับ : หนังสือ ๘๐ พระอรหันต์ ฉบับสมบูรณ์ หน้า 137 จัดพิมพ์โดยธรรมสภา