อานิสงส์บุญ

ผลบุญนี้ ท่านได้ แต่ใดมา...

พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ

อานิสงส์การทำบุญเป็นคนแรก


ถาม : อย่างการแย่งกันทำสังฆทานเป็นคนแรก ?

ตอบ : ถ้าอย่างนั้นก็จะมีอานิสงส์จะเหมือนพระอัญญาโกณฑัญญะ พระอัญญาโกณฑัญญะ บรรลุมรรคผลเป็นองค์แรกสุดในพุทธศาสนา

ในอดีตชาติ พระอัญญาโกณฑัญญะกับพระสุภัททะเป็นพี่น้องกัน ท่านมีที่ดินอยู่ผืนหนึ่งก็แบ่งกันคนละครึ่ง พระอัญญาโกณฑัญญะพอลงมือไถที่เพื่อทำนาท่านก็ทำบุญ หว่านกล้าท่านก็ทำบุญ ข้าวตกรวงท่านก็ทำบุญ เกี่ยวข้าวท่านก็ทำบุญ ขนข้าวขึ้นยุ้งท่านก็ทำบุญ ท่านทำตลอดทุกระยะ

ส่วนพระสุภัททะท่านทำบุญตอนขนข้าวขึ้นยุ้งทีเดียว อานิสงส์นี่ข้ามชาติมากี่หมื่นกี่แสนชาติก็ไม่รู้ มาถึงชาติสุดท้ายพระอัญญาโกณฑัญญะบรรลุมรรคผลเป็นองค์แรกในพุทธศาสนา ส่วนพระสุภัททะหวิดไป

พระพุทธเจ้าป่วยหนักแล้ว..ใช่ไหม ? กำลังพักผ่อนอยู่ สุภัททะซึ่งเป็นปริพาชกคือนักบวชศาสนาอื่น ตั้งใจจะเข้าไปกราบทูลถามปัญหาธรรมกับพระพุทธเจ้า พระอานนท์ไม่ให้เข้าแล้ว

พระอานนท์นี่เลิศทางพุทธอุปัฏฐาก ท่านย่อมรู้ว่าเวลาไหนควร เวลาไหนไม่ควร เป็นพระภิกษุรูปเดียวที่เป็นเลิศถึง ๕ อย่าง คือ มีสติ มีคติ มีธิติ มีความเพียร และเป็นพุทธอุปัฏฐาก ไม่มีใครมีมากกว่านี้อีกแล้ว อย่างเก่งก็ ๒ ทาง อย่างเช่นพระสุภูติเถระ เลิศในทางอยู่อรณวิหาร ก็คือการเข้านิโรธสมาบัติ และก็เป็นทักขิเณยยบุคคล คนเข้านิโรธสมาบัติก็ต้องเป็นบุคคลที่สมควรแก่การถวายทานอยู่แล้ว ท่านนี้เลิศ ๒ อย่าง มีพระอานนท์รูปเดียวเป็นเลิศ ๕ อย่าง

ในเมื่อท่านเลิศในพุทธอุปัฏฐาก เลิศทางผู้มีสติ มีคติ ท่านก็ย่อมรู้ว่า เวลาไหนควร เวลาไหนไม่ควร ก็บอกว่า สุภัททะปริพาชกนั้นไม่ควรจะเข้าพบพระพุทธเจ้าเพราะว่าทรงพักผ่อนแล้ว พระพุทธเจ้าได้ยิน ตรัสว่า “อานันทะ ดูก่อน..อานนท์ ให้เธอเข้ามาเถอะ ตถาคตรอเธออยู่..”

พอท่านพระสุภัททะทูลถามปัญหาธรรม พระพุทธเจ้าก็แก้ให้ แล้วประทานเอหิภิกขุ คือ บวชให้ด้วยตัวเอง โดยทรงประทานโอวาทว่า “จงมาเป็นภิกษุเถิด ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว จงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อถึงที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบเถิด..” ท่านเป็นสาวกรูปสุดท้ายในพุทธศาสนาที่บวชกันในลักษณะนั้น

อานิสงส์ที่ได้ก็จะเหมือนพระโกณฑัญญะ แย่งกันบรรลุก่อน..ดูว่าใครจะหัวแตก วิ่งแย่งกันทำบุญ ชนกันหัวแตกเลย..!

จำไว้ให้แม่น ๆ นะ ทำบุญไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินมาก ๆ ไม่ได้อยู่ที่ของมาก ๆ หากอยู่ที่กำลังใจในการสละออกของเรา เราทำบุญเพื่อตัดโลภะ คือความโลภของเรา เราทำบุญเพื่อสร้างทานบารมีของเราให้เต็ม

คนเขามีเยอะเขาทำบุญมาก ๆ เราไม่ต้องไปอิจฉาเขา โมทนาตามเขาเลย เรามีแค่ไหน เราทำตามกำลังของเรา ไม่ให้ตนเดือดร้อน ไม่ให้คนรอบข้างเดือดร้อน ถือว่าใช้ได้แล้ว ไม่ได้อยู่ที่มาก ไม่ได้อยู่ที่น้อย แต่สำคัญตรงการสละออก

จาก : สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนกรกฎาคม ๒๕๔๔