อานิสงส์บุญ

ผลบุญนี้ ท่านได้ แต่ใดมา...

บุญเกิดขึ้นตอนไหน?


“หลวงพ่อครับ เวลาเราใส่บาตรไปแล้ว ถ้าหากว่าพระไม่ได้ฉันอาหารของเรา เราจะได้บุญไหมครับ…?”

บุญมันเริ่มได้ตั้งแต่คิดว่าจะให้แล้วนะ พระจะฉันหรือไม่ฉัน ไม่ใช่ของแปลก คือการให้ทาน ตัวให้นี่มันตัดความโลภ และตัวให้นี่กันความจนในชาติหน้า

อันดับรองลงมา ทานัง สัคคโส ปาณัง “ทานเป็นบันไดให้เกิดในสวรรค์”

ทีนี้พอเราเริ่มให้ปั๊บ มันเริ่มได้ตั้งแต่เราตั้งใจ การตั้งใจน่ะ มันตัดสินใจเด็ดขาดแล้วนะ เช่น คิดว่าพรุ่งนี้จะใส่บาตร ไอ้ข้าวขันนี้เราไม่กินแน่นอน คิดว่าเราจะไม่กินเองตั้งแต่วันนี้ คิดว่าจะใส่บาตร นี่บุญมันเกิดตั้งแต่เวลานี้

แต่ว่าพอถึงพรุ่งนี้ต้องใส่จริงๆนะ อย่านึกโกหกพระไม่ได้นะ ไม่ใช่แกล้งนึกทุกวันๆ คิดว่านึกได้บุญเลย ไม่ได้ใส่บาตรซักที นี่ดีไม่ดีฉันพูดไปพูดมาเสียท่าเขานะ

แต่ว่าถ้าคิดว่าจะทำจริงๆนะ คือพรุ่งนี้จะใส่บาตรแน่ๆ แต่ว่าวันนี้เกิดตายก่อน นี่ได้รับ 100 เปอร์เซ็นต์เลย ก็อย่างที่ พระพุทธเจ้าท่านบอกนั่นแหละ

เจตนาหัง ภิกขเว ปุญญัง วทามิ “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่าตัวตั้งใจเป็นตัวบุญ”

เรื่องนี้ก็มีตัวอย่าง คือ พระโมคคัลลาน์ ถาม สาตกีเทพธิดา ท่านขึ้นไปบนสวรรค์ ไปพบวิมานแปลกใหม่สีเหลือง

ท่านก็เข้าไปถามว่า…

“เธอทำบุญด้วยอะไร”

ท่านสาตกีก็ตอบว่า…

ตั้งใจจะเอาดอกบวบขมไปบูชาพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แต่ว่าเธอเป็นคนจน ไม่มีโอกาสได้ทำทาน ก็นึกว่า ตอนขากลับจะเก็บดอกบวมขมไปบูชาพระเจดีย์ พอเธอกลับมาเธอก็เก็บ เมื่อกลับถึงบ้านอาบน้ำอาบท่าเสร็จ ตั้งใจจะไปบูชาพระเจดีย์ แต่ยังไม่ทันจะไป พอออกหลังบ้าน โดนวัวขวิดตายเสียก่อน

ไอ้ผลบุญอันนี้ก็บันดาลให้เธอไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีวิมานทองคำเป็นเครื่องประดับ วิมานก็เหลือง เพราะก่อนจะตายปรารภสีเหลือง

หมายเหตุ. สีเหลืองที่ท่านสาตกีปรารภก่อนตายนั้น ก็คือสีเหลืองของดอกบวบขมนั่นเอง

จาก : หนังสือ ทุกคนอยากรู้ หน้า 76 โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (พระมหาวีระ ถาวโร) วัดจันทาราม(ท่าซุง) อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี