อานิสงส์บุญ

ผลบุญนี้ ท่านได้ แต่ใดมา...

ของเลวก็มีอานิสงส์


มีเรื่องเล่าว่าในสมัยหนึ่ง เมื่อท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีจนลงเพราะเคราะห์กรรมบางอย่างทำลายท่าน เงินที่เขากู้ไปก็ถูกโกง ไอ้คนที่อยู่ภายในบ้านมันก็ขโมยของ ทรัพย์ที่ฝังไว้ชายทะเล ชายแม่น้ำ แผ่นดินก็พังทรัพย์จมไปหมด ท่านจนขนาดข้าวเป็นเม็ดแทบไม่มีกิน ต้องกินปลายข้าว

แต่ว่าศรัทธาท่านยังไม่ถอย ท่านนิมนต์พระพุทธเจ้า พร้อมไปด้วยพระสงฆ์ไปฉันภัตตาหารที่บ้าน ท่านก็เอาปลายข้าวละเอียด เรียกว่าข้าวปลายเกวียนต้ม แล้วก็เอาผ้ำผักดองเปรี้ยวๆเค็มๆ ทำเป็นกับมาถวาย พระพุทธเจ้าก็ฉันท์แบบนี้เหมือนกัน เวลาที่พระพุทธเจ้าฉันอยู่ ท่านก็นั่งอยู่ใกล้ๆ

แล้วกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า…

“เวลานี้ทานของข้าพระพุทธเจ้าเศร้าหมอง พระพุทธเจ้าข้า”

พระพุทธเจ้าถามว่า…

“เธอมีเจตนายังไง ก่อนจะให้ เธอมีความรู้สึกยังไง”

ท่านจึงได้บอกว่า..

“ก่อนจะให้ เต็มใจพร้อมเสมอ เตรียมใจไว้ก่อนแล้ว”

พระพุทธเจ้าก็ถามว่า…

“ในขณะที่ให้ เธอมีความรู้สึกยังไง”

ท่านก็บอกว่า…

“ในขณะที่ให้ก็ปลื้มใจ พระพุทธเจ้าข้า”

พระพุทธเจ้าก็ถามอีกว่า…

“เมื่อให้แล้วเป็นยังไง”

ท่านก็บอกว่า…

“ให้แล้วก็เกิดความเลื่อมใส ดีใจว่าให้แล้ว”

พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสว่า…

“ดูก่อนมหาเศรษฐี”

“ลูขัง วา ปณีตัง วา”

ลูขัง เขาแปลว่า เลว

ปณีตัง แปลว่า ดี

ท่านตรัสว่า ถ้าคนให้ทานมีเจตนาพร้อมเพรียงทั้ง 3 กาล คือ

1. ก่อนจะให้ ก็ตั้งใจว่าจะให้

2. ขณะที่ให้ก็ดีใจ

3. เมื่อให้แล้ว ก็เกิดความเลื่อมใส

อย่างนี้ของดีก็ตาม ของเลวก็ตาม ย่อมมีอานิสงส์เลิศ มีอานิสงส์สูง

ถ้าหากว่าเราไม่รู้จะเลือกยังไง องค์นี้จะเป็นโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์หรือเปล่า หรือเป็นพระโปเก พระเซียงกง ถ้าเราไม่รู้ ก็ถวายเป็นสังฆทานเลย เพราะสังฆทาน มีอานิสงส์สูงมาก รองจากวิหารทาน

“หลวงพ่อคะ กุศลชนิดใดที่มีอานิงส์มากกว่าวิหารทานบ้างคะ…?”

สัพพทานัง ธัมมทานัง ชินาติ “การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง”

“ธรรมทานนี่สูงสุดใช่ไหมครับ…?”

พระพุทธเจ้าท่านบอกที่สุด ชนะทั้งหมดไงล่ะ แต่ว่ามีธรรมทานเฉยๆ เกิดไปชาติหน้าอด อดจริงๆนะ เพราะมีตัวอย่างมาแล้ว

จาก : หนังสือ ทุกคนอยากรู้ หน้า 66 โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (พระมหาวีระ ถาวโร) วัดจันทาราม(ท่าซุง) อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี