อานิสงส์บุญ

ผลบุญนี้ ท่านได้ แต่ใดมา...

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐม
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐม

อานิสงส์ถวายผ้าปูโรงอุโบสถ


“หญิงชายทั้งหลายที่มีใจเลื่อมใสศรัทธา ได้สร้างผ้าปูลาดโรงอุโบสถ ก็จักมีผลานิสงส์มากมายเหลือที่จะคณนานับได้ ทั้งในภพนี้และภพหน้า”

สมัยหนึ่ง พระบรมศาสดาของเรา ได้เสด็จประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหาร ในกรุงสาวัตถี ในกาลครั้งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศล ได้เสวยราชสมบัติในเมืองสาวัตถี วันหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลได้นำเครื่องสักการบูชา มีประทีปดอกไม้คันธรสของหอม พร้อมด้วยบริวารของพระองค์ เข้าไปสู่เชตวันมหาวันมหาวิหาร บูชาซึ่งพระบรมศาสนาแล้วนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง

พระเจ้าปเสนทิโกศลจึงทูลถามพระศาสดาว่า…

“บุคคลหญิงชายมีใจเลื่อมใสในศาสนามาสร้างผ้าปูลาดไว้ในโรงอุโบสถดังนี้ จะมีผลานิสงส์มากน้อยเท่าใดพระเจ้าข้า”

สมเด็จพระบรมศาสดาก็ตรัสพระสัทธรรมเทศนาว่า…

…..หญิงชายทั้งหลายที่มีใจเลื่อมใสศรัทธา ได้สร้างผ้าปูลาดโรงอุโบสถ ก็จักมีผลานิสงส์มากมายเหลือที่จะคณนานับได้ ทั้งในภพนี้และภพหน้า ผลที่ได้ในภพนี้ก็คือ จะมีผู้นับหน้าถือตา ไปทางใดก็มีผู้อยากให้ร่วมกินร่วมนอน ถึงแม้ว่าจะเข้าไปสู่สมาคมใดๆ ก็ไม่สยดสยองพองเกล้า การทำมาหากินก็สมความมุ่งมาตรปรารถนา เมื่อสิ้นชีพแล้ว ก็จะได้อุบัติขึ้นในสุขคติโลกสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ มีวิมานสูงได้ 12 โยชน์ แล้วไปด้วยแก้ว 7 ประการ ดูรุ่งเรืองงดงามยิ่งกว่าปราสาทหลังอื่นๆ มีนางฟ้าเทพอัปสรกัลยาแสนหนึ่งเป็นบริวาร เทวบุตรตนนั้นมีกำลังบริษัททั้งสี่ แวดล้อมเสพดุริยดนตรีอยู่ทุกเวลามิได้ขาด ฉะนั้นผลานิสงส์อันนี้ ย่อมเป็นบันไดนำขึ้นสู่สวรรค์ นี่แหละมหาบพิตรราชสมภาร บุคคลผู้มีมืออันชุ่มไปด้วยการให้ทาน หมู่ทวยเทพทั้งหลายย่อมความยินดีสรรเสริญ รอคอยผู้ให้ทานนั้นอยู่เสมอ

เมื่อจบพระสัทธรรมเทศนาลง พุทธบริษัททั้งสี่ มีพระเจ้าปเสนทิโกศลเป็นประธาน ก็มีความรื่นเริงยินดีในพระสัทธรรมเทศนาเป็นยิ่งนัก เป็นผู้ตั้งอยู่ในกุศลสัมมาปฏิบัติเป็นจำนวนมาก ครั้นทำลายขันธ์ลงก็ไปอุบัติเกิดในสัตตรัตนปราสาท เสวยสมบัติอันเป็นทิพย์ มีหมู่นางอัปสรสวรรค์แวดล้อมเป็นยศบริวาร

เครดิตบทความต้นฉบับ : www.84000.org