อานิสงส์บุญ

ผลบุญนี้ ท่านได้ แต่ใดมา...

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐม
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมเด็จองค์ปฐม

อานิสงส์บวช


ถ้าอุปสมบทตนเองในพระพุทธศาสนา ด้วยศรัทธาเลื่อมใสจะได้อานิสงส์ถึง 64 กัป บุคคลใดได้บรรพชาบุตรตนก็ดี บุตรของผู้อื่นก็ดี ก็จะไม่ไปสู่อบายภูมิ…

องค์สมเด็จพระบรมศาสดา ตรัสเทศนาอานิสงส์แห่งการบรรพชาอุปสมบทไว้โดยอเนกประการว่า…

“ทาสสฺส อานนฺท ดูกรอานนท์ บุคคลใดมีศรัทธาบรรพชาทาสกรรมกรให้เป็นสามเณร หรือสามเณร มีอานิสงส์ 4 กัป บวชเป็นภิกษุหรือภิกษุณี มีอานิสงส์ 8 กัป และถ้าอุปสมบทจะได้รับอานิสงส์ 16 กัป หากอุปสมบทได้อานิสงส์ 32 กัป ถ้าอุปสมบทตนเองในพระพุทธศาสนา ด้วยศรัทธาเลื่อมใสจะได้อานิสงส์ถึง 64 กัป บุคคลใดได้บรรพชาบุตรตนก็ดี บุตรของผู้อื่นก็ดี ก็จะไม่ไปสู่อบายภูมิ”

แล้วพระองค์ตรัสอีกว่า…

…..ดูกรอานนท์ ดังจะเห็นได้จากหญิงผู้หนึ่ง เขามีบุตรอยู่คนเดียว บุตรชายเขาขอไปบวชมารดาก็ไม่ให้บวช บุตรชายจึงหนีไปบวช อยู่มาวันหนึ่งมารดาของสามเณรนั้นออกจากบ้านไปแต่เช้า เพื่อจักแสวงหาฟืน มารดาสามเณรครั้นหาฟืนได้พอสมควรแล้วก็กลับบ้าน พอมาถึงระหว่างทางได้พักอยู่โคนต้นไม้ใหญ่ แล้วลงนอนพักผ่อนก็หลับไป ได้นิมิตรฝันไปว่า…

มีพระยายมราชมาถามว่า…

“ดูกรผู้หญิง เธอได้กระทำบุญหรือว่าไม่ได้กระทำเลย”

มารดาของสามเณรนั้นตอบว่า…

“ข้าแต่เจ้า ดิฉันไม่ได้กระทำบุญอย่างไรเลย”

พระยายมราชทราบแล้ว ก็จับเอาผู้หญิงนั้นไปใส่นรกทันที มารดาสามเณรได้เห็นไฟนรกลุกโพรง

มารดาสามเณรก็ถามพระยายมราชว่า…

“อันไฟแดงนั้นเป็นอย่างไร”

พระยายมราชว่า…

“อันไฟแดงนั้นเป็นไฟนรก”

มารดาสามเณรจึงบอกว่า…

“เหมือนกับผ้าจีวรของลูกชายของข้าพเจ้า อันได้บวชเป็นสามเณรนั้นแล”

พระยายมราชจึงกล่าวว่า…

“ดูกรผู้หญิง ลูกชายของเธอยังได้บวชหรือ”

นางก็ตอบว่า…

“ลูกชายยังได้บวชเป็นสามเณรอยู่”

พระยายมราชได้ยินคำของนางดังนั้นแล้ว จึงนำนางมาคืนไว้เดิมเสีย เหตุอันนี้ก็เพราะบุญของลูกชายตนได้บวชเป็นสามเณร บุญบรรพชาในพุทธศาสนาไปกั้นไว้ในนรกได้ ครั้นนางตื่นขึ้นมาก็ตกใจกลัวรีบกลับบ้าน ตั้งแต่นั้นนางก็เลื่อมใสในพุทธศาสนา เฝ้าปฏิบัติสามเณรลูกชายของตน มิได้ขาดจนนางได้ตายไปตามอายุขัยก็ไปบังเกิดในสวรรค์ดั้งนี้ เป็นต้น

เครดิตบทความต้นฉบับ : www.84000.org