อานิสงส์บุญ

ผลบุญนี้ ท่านได้ แต่ใดมา...

พระสารีบุตรเถระ


ภิกษุผู้เป็นเลิศด้านมีปัญญามาก

เหตุการณ์ต่างๆ แบ่งอ่านได้เป็นตอนๆ ดังนี้

บูชาพระพุทธเจ้าอโนมทัสสี

“พระสารีบุตรเถระ เล่าไว้หลังบรรลุพระอรหันต์แล้วว่า…” …..สมัยพระพุทธเจ้าอโนมทัสสีพระองค์นั้น พระเถระนี้เกิดในสกุลพราหมณ์ ต่อมาออกบวชเป็นดาบส ชื่อ สุรุจิ มีศีล ได้ฌานและบรรลุอภิญญา 5 เช่น ตาทิพย์ เป็นต้น อาศัยอยู่ที่ภูเขาลัมพกะ เขตหิมวันตประเทศ… อ่านต่อ

0 comments

พบพระสหายสำคัญ พระโมคคัลลานะ

ในที่สุดอสงไขยยิ่งด้วยแสนกัป พระสารีบุตรเคยเกิดในครอบครัวพราหมณ์อันมั่งคั่ง ท่านมีชื่อว่า สรทะ ส่วนท่านพระโมคคัลลานะ เคยเกิดในครอบครัวคฤหบดีอันมั่งคั่ง ท่านมีชื่อว่า สิริวัฑฒ์ ทั้งสองเป็นเพื่อนเล่นกันมา จนเมื่อบิดาล่วงลับไป สรทมาณพก็ได้ครอบครองทรัพย์จำนวนมาก วันหนึ่งสรทมาณพอยู่คนเดียวครุ่นคิดคำนึงว่า… “เราไม่รู้อัตภาพในโลกนี้ ทั้งไม่รู้อัตภาพในโลกอื่น เรารู้แต่ว่า… อ่านต่อ

0 comments

พบพระพุทธเจ้าอโนทัสสี

สมัยนั้น พระพุทธเจ้าอโนมทัสสีทรงอุบัติตรัสรู้แล้ว ทรงมีพระพุทธบิดาเป็นกษัตริย์พระนามว่า ยตวันตะ พระพุทธมารดาพระนามว่า ยโสธรา พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ที่ต้นไม้กุ่ม ทรงมีพระอัครสาวกทั้งสอง ชื่อ พระนิสภเถระ และ พระอโนมเถระ ในกาลนั้นพระพุทธเจ้ามีพระชนมายุยืน 1 แสนปี… อ่านต่อ

0 comments

ถวายผลไม้ ทำอาสนะดอกไม้และยืนกั้นฉัตรถวาย

หลังจากสรทดาบส ปูอาสนะถวายพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว พระพุทธเจ้าประทับนั่งบนอาสนะที่ดาบสปูไว้ ดาบสนั่งอาสนะต่ำกว่า ขณะนั้น หมู่ชฎิลผู้เป็นศิษย์ของดาบส 74,000 คน ถือผลไม้น้อยใหญ่รสอร่อยกลับมา ก็มองดูการนั่งของอาจารย์กับคนแปลกหน้า หมู่ศิษย์กล่าวกับสรทดาบสว่า… “ท่านอาจารย์ พวกเราอยู่กับท่านเพราะเข้าใจว่า ไม่มีใครในโลกนี้เป็นใหญ่กว่าท่านแน่ แต่ว่าคนผู้นี้เห็นทีจะยิ่งใหญ่กว่าท่าน”… อ่านต่อ

0 comments

ได้รับพุทธพยากรณ์ว่าจะสำเร็จเป็นพระอัครสาวก

ดาบสถวายบังคมแล้วกราบทูลถามว่า… “ภิกษุที่นั่งติดกับพระองค์ชื่ออะไร?” พระพุทธเจ้าอโนทัสสีตรัสตอบว่า… “ภิกษุนี้ชื่อว่านิสภะ เป็นพระอัครสาวกถึงที่สุดแห่งสาวกบารมีญาณ” สรทดาบสฟังแล้วตั้งความปรารถราว่า…“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์กั้นฉัตรดอกไม้ตลอด 7 วัน กระทำสักการะนี้ ข้าพระองค์มิได้ปรารถนาจะเป็นท้าวสักกะหรือพรหม แต่ในอนาคต ขอให้ข้าพระองค์พึงได้เป็นพระอัครสาวกของพระพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่งเหมือนพระนิสภเถระนี้” พระพุทธเจ้าทรงสั่งอนาคตังสญาณไปในอนาคตว่า ความปรารถนาของดาบสจะสำเร็จไหมหนอ?… อ่านต่อ

0 comments

ชักชวนสหายสิริวัฑฒ์ให้ปรารถนาเป็นพระอัครสาวกด้วย

สรทดาบสคิดถึงสิริวัฑฒ์กุฎุมพีผู้เป็นสหาย ต้องการให้เพื่อนปรารถนาเป็นพระอัครสาวกคนที่สอง จึงไปหาสิริวัฑฒ์ที่เรือนของเขา สิริวัฑฒ์เห็นดาบสแล้วกล่าวทักทายว่า… “นานแล้วที่พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้มานั่งที่นี้” เชื้อเชิญให้ดาบสนั่งบนที่สูง ตนเองนั่งบนที่ต่ำ แล้วถามถึงพวกศิษย์ ดาบสจึงเล่าเรื่องที่ได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฟังธรรม พวกศิษย์ทั้งหมดบรรลุพระอรหัตและขอบวชเป็นภิกษุทั้งหมด ส่วนตนเองไม่ได้บรรลุ แต่ได้ตั้งจิตปรารถนาเป็นพระอัครสาวก และได้รับพยากรณ์ว่าจะสำเร็จในสมัยพระพุทธเจ้าโคตมะ เล่าจบแล้วก็ขอให้สิริวัฑฒ์ปรารถนาเป็นพระอัครสาวกคนที่สอง… อ่านต่อ

0 comments

ชาติสุดท้ายเกิดในหมู่บ้านนาลันทา

อรรถกถาเอกนิบาตเล่าว่า ก่อนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโคตมะของพวกเราจะตรัสรู้ สรทดาบสเกิดในครรภ์ของนางสารีพราหมณี ในหมู่บ้านอุปติสสะ ไม่ไกลจากกรุงราชคฤห์ ในวันเดียวกันนั้นแหละ สิริวัฑฒ์ผู้เป็นสหายก็เกิดในครรภ์ของนางโมคคัลลีพราหมณี ในบ้านโกลิตะไม่ไกลจากรุงราชคฤห์เช่นกัน ได้ยินว่าทั้งสองตระกูลนั้นเป็นสหายเกี่ยวเนื่องกันมาถึง 7 ชั่วโคตรทีเดียว เมื่อมารดาของทารกทั้งสองอุ้มครรภ์อยู่ 10 เดือน ก็ให้กำเนิดทานกเพศชายทั้งสองนั้น… อ่านต่อ

0 comments

กุศลกรรมในอดีต กระตุ้นเตือน ปรึกษากันออกบวช

วันหนึ่ง เมื่อทั้งสองคนดูมหรสพอยู่ แต่มิได้มีความร่าเริงสนุกสนานอย่างเคย เพราะญาณปัญญาเริ่มแก่กล้า ทำให้มีสติมีปัญญาพิจารณาหาสาระในมหรสพและชีวิต ทั้งสองคิดว่า…“ไม่เห็นจะมีอะไรควรดูควรได้จากมหรสพนี้ คนที่แสดงเหล่านี้ทั้งหมดมีชีวิตไม่ถึง 100 ปี ก็จะล้มหายตายจากกันไป เราทั้งหลายควรจะแสวงหาโมกขธรรมสักอย่างหนึ่ง” แล้วนั่งนึกพิจารณากันต่อไป ลำดับนั้น โกลิตะถามอุปติสสะว่า… “สหายอุปติสสะ… อ่านต่อ

0 comments

พบและเลื่อมใสพระอัสสชิเถระ

สมัยนั้น พระพุทธเจ้าของพวกเราบรรลุพระปรมาภิสัมโพธญาณ (ความตรัสรู้ชอบยิ่งสูงสุดแล้ว) ทรงประกาศพระธรรมจักรอันบวร ทรงส่งพระสาวกออกประกาศคำสอน ส่วนประองค์ประทับอยู่ที่พระเวฬุวัน กรุงราชคฤห์ วันหนึ่งอุปติสสปริพาชกรับประทานอาหารแต่เช้ามืด แล้วออกเดินไปยังอารามของปริพาชก พอสว่างแล้ว เขาได้เห็นพระอัสสชิเถระเดินเที่ยวบิณฑบาต ก็คิดว่า…“บรรพชิตเห็นปานนี้ เราไม่เคยเห็นมาก่อนเลย” พระอัสสชินั้น มีมารยาทงามก้าวไป… อ่านต่อ

0 comments

กลับไปบอกสหายรัก และชักชวนเหล่าปริพาชก

เมื่ออุปติสสะบรรลุพระโสดาบันแล้ว อุปติสสะเรียนพระอัสสชิว่า… “ท่านขอรับ ท่านไม่ต้องขยายพระธรรมเทศนาให้ยิ่งขึ้นไป เท่านี้ก็เพียงพอ ตอนนี้พระศาสดาของพวกเราประทับอยู่ที่ไหน?” พระอัสสชิตอบว่า… “ผู้มีอายุ ตอนนี้พระองค์ประทับอยู่ในพระเวฬุวัน” อุปติสสะกล่าวว่า… “ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ถ้าอย่างนั้นขอท่านโปรดล่วงหน้าไปก่อนเถิด ข้าพเจ้ามีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง และข้าพเจ้าทั้งสองได้ตกลงกันไว้ว่า ใครบรรลุอมตธรรมก่อน… อ่านต่อ

0 comments

อุปติสสะและโกลิตะ บรรลุพระอรหันต์

เมื่ออุปติสสะและโกลิตะ พร้อมปริพาชกบริวาร เดินทางเพื่อไปพบพระพุทธเจ้า ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกำลังแสดงธรรมอยู่ท่ามกลางพุทธบริษัท 4 ทรงเห็นคนเหล่านั้นแต่ไกล พระพุทธองค์จึงตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า… “ภิกษุทั้งหลาย สหายทั้งสองคนนั้นคือโกลิตะและอุปติสสะ ที่กำลังมานั่นจักเป็นคู่สาวกของเรา เป็นคู่สาวกอันยอดเยี่ยมของเรา” ลำดับนั้น ทรงแสดงขยายพระธรรมเทศนาที่เนื่องด้วยความพระพฤติแห่งบริวารของสหายสองคน เมื่อจบเทศนาแล้ว… อ่านต่อ

0 comments

น้องสาวน้องชายออกบวชตาม

นางสารีพราหมณี มารดาของพระสารีบุตร มีบุตรอยู่ 7 คน เรียงลำดับดังนี้ 1. พระสารีบุตร ก่อนบวชชื่อ อุปติสสะ (อุ-ปะ-ติส-สะ) 2. นางจาลา 3. นางอุปจาลา… อ่านต่อ

0 comments

ถูกมารดาด่าว่า ทำให้ตระกูลไม่มีผู้สืบทอด

สมัยหนึ่ง พระสารีบุตรพาภิกษุประมาณ 500 รูป เที่ยวบิณฑบาตไปถึงบ้านมารดาในนาลกคาม (บางที่เรียกว่า นาลันทา) ครั้นนั้น มารดาของท่านนิมนต์เข้านั่งในบ้านแล้ว ถวายอาหารไปพลาง พูดประชดประชันไปพลาง มารดาของท่านกล่าวว่า… “ผู้เจริญ ท่านไม่ได้ของเคี้ยวหรือน้ำข้าวในเรือนของคนอื่น ท่านก็สมควรจะกินน้ำข้าวที่ติดอยู่เพียงหลังกระบวยเถอะ… อ่านต่อ

0 comments

ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายภิกษุ

สมัยหนึ่ง พระสารีบุตรจำพรรษาที่พระวิหารเชตวัน กรุงสาวัตถี ออกพรรษาแล้วท่านต้องการจะจาริกไปสู่งที่อื่น จึงพร้อมด้วยภิกษุบริวารของท่านเข้าเฝ้าทูลลาพระพุทธเจ้า เมื่อออกจากที่ประทับแล้ว ภิกษุจำนวนมากต้องการตามส่ง เป็นมารยาทและความรักความผูกพันที่ภิกษุทั้งหลายมีต่อท่าน ทำให้ท่านต้องสนทนาปราศรัยกับภิกษุจำนวนมาก ทั้งถามชื่อถามโคตร ด้วยความมีภิกษุจำนวนมาก ท่านจึงไม่สามารถจะสนทนาได้ทั้งหมด ระหว่างนั้นมีภิกษุรูปหนึ่งน้อยใจ คิดว่า…“พระสารีบุตรเถระน่าจะยกย่องปราศรัยกับเราบ้าง อย่างน้อยก็ควรจะถามชื่อและโคตร… อ่านต่อ

0 comments

พราหมณ์ทดสอบความโกรธ

คุณธรรมด้านขันติและความไม่โกรธของพระสารีบุตรแพร่หลายออกไป ผู้คนเป็นอันมากกล่าวสรรเสริญพระเถระไปทั่วว่า… “น่าชื่นชมพระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา ท่านประกอบด้วยกำลังคือขันติ แม้ถูกชนเหล่าอื่นด่าอยู่ก็ตาม ทำร้ายอยู่ก็ตาม เหตุสักว่าความโกรธนิดนึงก็ไม่เกิด” ครั้งนั้น มีพราหมณ์มิจฉาทิฏฐิคนหนึ่งได้ฟังแล้วถามว่า… “ใครกันไม่โกรธ” ประชาชนตอบว่า… “ก็พระสารีบุตรเถระของพวกเราไง” พราหมณ์กล่าวว่า… “น่ากลัวว่าคงไม่มีคนยั่วให้โกรธกระมัง?” ประชาชนกล่าวว่า…… อ่านต่อ

0 comments

ถูกพระฉันนะด่า

เมื่อพระอัครสาวกสารีบุตรและโมคคัลลานะ มีบทบาทมากขึ้น มีชื่อเสียงมากขึ้นและเป็นที่รักของพุทธบริษัทมากขึ้น ก็ได้สร้างความไม่พอใจให้แก่พระฉันนะผู้เคยติดตามเสด็จคราวออกมหาภิเนษกรมณ์ (เสด็จออกบวชอย่างยิ่งใหญ่) ครั้นเมื่อพระฉันนะได้พบพระอัพครสาวกในพระวิหารเชตวันแล้ว ได้ด่าด้วยคำว่า… “เราตามเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์กับพระลูกเจ้าของเราทั้งหลาย (เจ้าในที่นี้ก็คือ พระเจ้าสุทโธทนะ) ในเวลานั้น เราไม่เห็นใครคนอื่นสักคนเดียว แต่บัดนี้ พวกท่านนี้เที่ยวพูดไปว่า เราชื่อสารีบุตร… อ่านต่อ

0 comments

ทูลเหตุผลที่ยืนยันว่าจะไม่ลาสิกขา

ครั้งหนึ่ง พระกฬารขันติยะ (พระขัตติยะผู้มีฟันสีดำแดง) เข้าไปหาพระสารีบุตรถึงที่อยู่ในพระเชตวัน สนทนาปราศรัยกันแล้ว พระกฬารขัตติยะได้เล่าให้พระสารีบุตรฟังว่า… “บัดนี้ พระโมลิยผัดคุนะลาสิกขาไปแล้ว” พระสารีบุตรกล่าวว่า… “ท่านโมลิยผัดคุนะนั้น คงไม่ได้ความพอใจในพระธรรมวินัยนี้เป็นแน่” พระกฬารขัตติยะกล่าวว่า… “ถ้าอย่างนั้น ท่านพระสารีบุตรคงได้ความพอใจในพระธรรมวินัยนี้กระมัง” พระสารีบุตรตอบว่า…… อ่านต่อ

0 comments

Leave a Comment